เฟร์นันโด ตอร์เรส

เอล นินโญ่ เฟร์นันโด ตอร์เรส กองหน้าที่ดีที่สุดในโลกในยุคของเขาได้ประกาศแขวนสตั๊ดอย่างเป็นทางการแล้วหลังจากค้าแข้งมายาวนานถึง 18 ปี

หลายคนอาจจะแปลกใจกับพาดหัวของเราและคิดว่านักเตะอย่าง เฟร์นันโด ตอร์เรส ยังยิ่งใหญ่ไม่พออีกหรือ? แชมป์โลก 1 สมัย, แชมป์ยูโร 2 สมัย, แชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก 1 สมัย, ยูโรปาลีก 2 สมัย

รวมถึงสถิติส่วนตัวมากมายที่ยิงประตูไปกว่า 300 ลูกตลอดชีวิตค้าแข้ง มันควรจะเป็นนักเตะในระดับที่หาได้เพียงหยิบมือด้วยซ้ำไป

ที่สุดแล้วฟุตบอลไม่ได้วัดกันที่ฝีเท้าเพียงอย่างเดียวที่จะบอกได้ว่าใครจะไปถึงจุดสูงสุดได้ สำหรับ ตอร์เรส นั้นเขาขึ้นไปได้ก็จริง

แต่ก็ลงมาสู่สามัญอย่างรวดเร็ว และเราพอรู้ว่าอะไรที่ทำให้เขาเป็นอย่างนั้น

หากใครดูฟุตบอลมาในระดับหนึ่งคงรู้ว่า เฟร์นันโด ตอร์เรส นั้นเก่งมาตั้งแต่เด็กแล้ว ไม่ใช่พลุแค่ดังขึ้นมาเปรี้ยงเดียวตอนวัยรุ่นและดับไปเหมือนหลายๆ คน

แต่เขาคือเด็กอัจฉริยะตั้งแต่อยู่กับ แอตเลติโก มาดริด สโมสรแรกในชีวิตของเขา และความเก่งของเขาฉายออกมาตั้งแต่วันคัดตัวตอนอายุแค่ 10 ขวบเท่านั้น

เฟร์นันโด ตอร์เรส(วัยเยาว์)

มีเด็กมาฝึกคัดตัว 200 คนใน พาร์ค เดอ ลา ครูซ โค้ชชื่อว่า เปโดร เดล มาโช แบ่งเด็กแต่ละคนเพื่อลงทีมแข่งเพื่อพิจารณาจากฝีเท้าในภายหลัง

แต่พอเห็นเด็กที่ชื่อ เฟร์นันโด เขาแทบไม่ต้องรอการประกาศตัวเลยด้วยซ้ำ

มานูเอล บรินาส ผู้ดูแลทีมอคาเดมี่รุ่นเล็กของ แอตเลติ ว่าถึงวันแรกที่ทีมได้สัมผัสกับ ตอร์เรส

ครั้งแรกที่ผมได้ลงสนามจริงๆคือตอนอายุ 10 ขวบ (ทีมท้องถิ่นที่ได้รับการดูแลโดย แอตฯมาดริด) มันเป็นปีที่ดี หลังจบปีนั้น

“แอตฯมาดริด เลยมอบโอกาสให้นักเตะทีมเรา 3 คน 1 ในนั้นคือผม ส่วนเหตุผลที่ถูกเลือกคือผมยิงคนเดียว 55 ลูก

เฟร์นันโด ตอร์เรส สมัยดาวรุ่งกับ แอตฯมาดริด

เรื่องราวหลังจากนั้นไม่ได้แปลกประหลาดหรือฉูดฉาดจนน่าตกใจ เพราะทุกรุ่น ตอร์เรส ยิงแหลกจนกระทั่งเขากลายเป็นผู้เล่นประวัติศาสตร์ด้วยการ ทำสถิติเป็นนักกีฬาอายุน้อยที่สุด

ที่เล่นให้กับสโมสรแอตฯ มาดริด และเป็นกัปตันที่อายุน้อยที่สุดอีกด้วย ที่กล่าวมาทั้งหมดไม่ใช่แค่สถิติเท่านั้นแต่ความเป็นผู้นำ และจำนวนประตู รวมถึงฟอร์มการเล่น

ทุกอย่างต่างชี้ชัดว่า ตอร์เรส เป็นของจริง ยิ่งไปกว่านั้นคือเมื่อเข้าย้ายไปอยู่กับ ลิเวอร์พูล เมื่อปี 2007 และเป็นนักเตะที่ค่าตัวแพงที่สุดของหงส์แดงในเวลานั้น (26 ล้านปอนด์)

แม้ไม่ใช่แฟนลิเวอร์พูลก็กล้ายอมรับว่า ตอร์เรส ในเวลานั้นร้อนแรงจนยากจะหาใครมาหยุดอยู่

นี่คือสิ่งที่ เนมันย่า วิดิช 1 ในกองหลังที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีกคือคนที่รู้เรื่องนี้ดีกว่าใคร ทุกครั้งที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ของเขาจะต้องเจอกับ ลิเวอร์พูล

ภาพจำในเวลานั้นคือภาพที่ ตอร์เรส ใช้ความเร็วเอาชนะวิดิช และเข้าไปยิงประตู หรือไม่ก็ถูกทำฟาวล์จนต้องเสียใบแดง

เฟร์นันโด ตอร์เรส กำลังท็อปฟอร์ม

แต่ทันทีที่เขาย้ายจาก ลิเวอร์พูล ไป เชลซี ด้วยราคา 50 ล้านปอนด์ในเดือนมกราคม 2011 หลายสิ่งหลายอย่างกลับเปลี่ยนไปอย่างน่าใจหาย

จากเครื่องจักรถล่มประตูเหลือเพียงกองหน้าที่มีจังหวะผิดพลาดบ่อยจนไม่น่าเชื่อ ปกติแล้ว ตอร์เรส เฉียบขาดมากในการเล่น 1 ต่อ 1 กับผู้รักษาประตู

ช่วงเวลาที่ประทับใจเหมือนกับตอนที่อยู่กับ แอตฯ มาดริด และ ลิเวอร์พูล นั้นแทบไม่มีให้เห็นแล้ว ตอร์เรส ก็ประสบความสำเร็จจนน่าชื่นชม

ตอร์เรส ไม่เคยต้องรอการยิงประตูได้นานกว่า 900 นาทีมาก่อนในชีวิตจนกระทั่งอยู่กับ เชลซี, อีกทั้งไม่เคยมีฤดูกาลใดเลยที่ สแตมฟอร์ด บริดจ์

ที่เขายิงในเกมพรีเมียร์ลีกได้ถึงเลข 2 หลัก ย่ำแย่ที่สุดคือการยิงได้แค่ประตูเดียวจาก 18 เกมที่ลงสนาม สถิติดังกล่าวบอกได้อย่างชัดเจนว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับเขาเป็นเรื่องที่ผิดธรรมชาติ

เฟร์นันโด ตอร์เรส ย่ำแย่ตอนอยู่กับเชลซี

นี่คือความแตกต่างที่เกิดขึ้นภายในช่วงเวลาเพียงแค่ 4 ปีเท่านั้น หากเป็นนักฟุตบอลก็เรียกได้ว่าเป็นการยืนระยะที่สั้นมาก

แม้จะมีข้อเท็จจริงที่นำมาแย้งว่าเหตุผลที่ ตอร์เรส ฟอร์มตกเพราะระบบการเล่นที่แตกต่าง รวมไปถึงอาการบาดเจ็บที่เคยได้รับการผ่าตัดมาถึง 2 ครั้ง

ตอนที่เขาเล่นให้กับ แอตฯ มาดริด รอบแรกเพื่อนนักเตะรุ่นพี่, โค้ช และ แฟนบอลเรียกเขาว่า เอล นินโญ่ ที่แปลว่า ไอ้หนูน้อย แค่ฉายาก็บ่งบอกถึงความเอ็นดูกันแล้ว

ซึ่งเรื่องนี้ ดิเอโก้ ซิเมโอเน่ อดีตนักเตะที่เคยเป็นเพื่อร่วมทีมของ ตอร์เรส และเป็นเจ้านายของเขาในวันที่

ตอร์เรส ย้ายกลับมาจาก เชลซี อธิบายถึงโครงสร้างทีมไว้ในทิศทางเดียวกัน

อย่างชัดเจนว่าการที่ แอตฯ มาดริด เป็นทีมที่แข็งแกร่งได้เกิดจากความผูกพันของผู้เล่นในทีม มากกว่าการนี่จะมีซูเปอร์สตาร์ยืนเด่นอยู่คนเดียว

ตอร์เรส หนีจาก เชลซี มาพักใจที่ถิ่นเก่าอีกครั้งในช่วงปี 2015  พร้อมด้วยการเปิดตัวที่สนาม บิเซนเต้ กัลเดร่อน

รังเก่าที่มีแฟนบอลของทัพตราหมีเข้ามาร่วมงานอย่างมาก

เฟร์นันโด ตอร์เรส กลับบ้านเก่า

บรรยากาศในทีมส่งผลกับคนที่ชื่นชอบในความเรียบง่ายอย่าง ตอร์เรส แบบจังๆ การอยู่กับ แอตฯ มาดริด สำหรับ ตอร์เรส เขารู้สึกว่ามันไม่ใช่การทำงาน

เขาเคยเล่าว่าแม่ของเขาต้องเสียสละเวลาและเงินเพื่อเดินทางจากบ้านที่อยู่ชานเมืองมาฝึกซ้อมที่สนามเป็นประจำ แม่เคยถามเขาว่า 

“ถ้าวันไหนรู้สึกเบื่อที่จะทำ เราจะไม่กลับมาที่นี่อีกเลย”

ลูกจงอย่าคิดว่าฟุตบอลคือสิ่งที่กดดันชีวิตจนไม่กล้าล้มเลิก และสิ่งที่ ตอร์เรส ตอบกลับคือ ผมไม่เคยเบื่อ

การกลับไป แอตฯ มาดริด รอบนี้อาจจะไม่เปรี้ยงเหมือนเก่าด้วยอายุที่มากขึ้น

แต่สิ่งที่บอกได้ชัดเจนคือ ตอร์เรส กลายเป็นผู้เล่นที่มั่นใจและได้โอกาสลงสนามมากขึ้น

เฟร์นันโด ตอร์เรส คว้าแชมป์ยูโรป้า

อีกทั้งยังยิงประตูได้เกิน 10 ลูกทุกปี สำหรับ ตอร์เรส ในวันที่ได้กลับบ้านนั้นเขาอธิบายว่าเหมือนเขาเป็นคนที่มีดวงตาเห็นธรรม

แท้จริงสิ่งที่เขาวิ่งตามหาจนเลือดตาแทบกระเด็น กลับไม่มีค่าอะไรเลยหากทีมกับสิ่งที่เขาได้รับจากสถานที่ที่เรียกว่าบ้านได้อย่างเต็มปาก

บางที การได้แชมป์ มันก็ไม่ใช่ทุกสิ่งที่ผมต้องการ มันมีสิ่งที่ขาดหายไป ผมรู้สึกว่าได้ค้นพบมันอีกครั้ง แอตเลติ นี่คือทีมที่เป็นหนึ่งเดียวกัน

ทีมของเราอาจจะไม่มีซูเปอร์สตาร์ชื่อก้องโลก แต่เป็นทีมที่พร้อมจะถวายหัวไปกับทุกการแข่งขัน สิ่งนี้มันมีความหมายมากสำหรับเรา

มันไม่สำคัญเลยว่าคุณจะยิงได้ไหม ไม่สำคัญเลยแม้แต่น้อยถึงท้ายที่สุดทีมจะจบด้วยมือเปล่า เพราะเรารู้ว่าเราได้ทำทุกสิ่งทุกอย่างด้วยหัวใจ  ตอร์เรส กล่าวส่งท้าย

อย่างที่ ตอร์เรส ได้ว่าไว้ ไม่ใช่ เชลซี ไม่ดีแต่เป็นที่นิสัยและเคมีของเขาเองต่างหากที่ปรับตัวเข้ากับทีมไม่ได้ หากจะกล่าวว่าใครเป็นคนผิดต่างฝ่ายต่างก็ต้องรับไปคนละครึ่ง

มีนักเตะหลายคนที่เข้ามาและสร้างชื่อจนเป็นตำนานให้กับ เชลซี แต่ไม่ใช่กับนักเตะอย่าง ตอร์เรส และสิ่งที่น่าเสียดายคือหากเขารู้จักตัวเองดีพอและเลือกสิ่งที่ดีที่สุด

ไม่แน่ว่าปัจจุบันนี้ ตอร์เรส อาจจะกำลังขับเคี่ยวกับเพื่อนร่วมรุ่นอย่าง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ อยู่ก็เป็นได้

ตอนนี้ ตอเรส ได้แขวนสตั๊ดแล้ว